สำนักงาน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ( สวทช. ) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดอบรมเชิงปฏิบัติการขยายผลสื่อ  การเรียนรู้   เจาะลึกเทคโนโลยีด้วยวิทยาศาสตร์ให้กับครูสอนวิทยาศาสตร์ในเครือข่าย ปตท. ในกิจกรรม “สนุกกับสารเรืองแสง” เพื่อส่งเสริมให้ครูนำความรู้จากวิทยาศาสตร์ ใช้เป็นสื่อการสอน   Science-behind-Technology-3กระตุ้นให้เด็กมีความสนใจอยากเรียนรู้วิชา วิทยาศาสตร์

          นางฤทัย  จงสฤษดิ์  ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารค่ายวิทยาศาสตร์  กล่าวว่า    การพัฒนาสื่อและหลักสูตรชุดการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์   ชุดกิจกรรมเจาะลึกเทคโนโลยีด้วยวิทยาศาสตร์    เรื่อง  “สนุก กับสารเรืองแสง”   ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้ผ่าน
การทดลองจากฝ่ายค่ายวิทยาศาสตร์   ( สวทช. )  แล้วว่าสามารถนำไปปฏิบัติ    ได้จริงและมีความเหมาะสมสำหรับผู้เรียน  
ในระดับประถมศึกษาตอนปลาย    (ประถมศึกษาปีที่ 4-6)  และมัธยมศึกษาตอนต้น  (มัธยม ศึกษาปีที่ 1-3)  มีทั้งหมด
4 กิจกรรม ได้แก่ สกัดสารคลอโรฟิลล์จากใบไม้ สร้างอุปกรณ์ทดสอบสารคลอโรฟิลล์เรืองแสง ,นักสำรวจสารเรืองแสง ,
การนำสารเรืองแสงไปใช้ประโยชน์   ซึ่งชุดสนุกกับสารเรืองแสงนี้จะทำให้ครูผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจใน   การนำ
กิจกรรมต่างๆ ไปใช้พัฒนาปรับปรุงสื่อให้มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับผู้เรียนมาก ยิ่งขึ้น
           
           โดย กิจกรรมดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องของการสกัดคลอโรฟิลล์  การเรืองแสงที่มีอยู่ในธรรมชาติ และหลักการเรืองแสงแบบฟลูออเรสเซนต์ รวมไปถึงให้นักเรียนเกิดความคิดรวบยอดและเข้าใจเนื้อหาที่ถูกต้องชัดเจน สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน ส่งผลให้นักเรียนเกิดทัศนคติที่ดีในการเรียนวิทยาศาสตร์และการนำไปประยุกต์ ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

          ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สวทช. และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยได้ให้การสนับสนุน ในการผลิตสื่อ การเรียนการสอน ชุด สนุกกับสารเรืองแสงและ
นำครูในโรงเรียนเครือข่ายของ ปตท.ในระดับชั้นประถมศึกษา-มัธยมศึกษา จำนวน 31 คน เข้าร่วมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ระหว่างวันที่ 4–5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร  ซึ่งหลังจากนี้ครูผู้เข้า รับการฝึกอบรมจะนำสื่อและความรู้ที่ได้รับไปสอนเด็กนักเรียน จากนั้นจะทำการประเมินผลกลับมาให้กับสวทช. เพื่อใช้ปรับปรุงและพัฒนาสื่อให้ดีขึ้น และนำสื่อที่ได้รับการพัฒนาแล้วไปขยายผลให้กับโรงเรียนอื่นๆของ ประเทศ นำไปใช้ในการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป